kroo8

HSK 1 ต้องรู้ศัพท์กี่คำ 150 หรือ 300 และวิธีคำนวณว่าคุณขาดอีกกี่คำ

คำตอบเปลี่ยนไปเท่าตัวแล้ว ระบบเก่าตอบ 150 คำ HSK 3.0 ตอบ 300 คำ อ่านให้จบว่าควรใช้ตัวเลขชุดไหน และคุณเหลืออีกกี่วันถึงพร้อมสอบ

30 กรกฎาคม 2569

HSK 1 ต้องรู้ศัพท์กี่คำ คำตอบมีสองชุดและต่างกันเท่าตัว ระบบเก่าที่ศูนย์สอบในไทยยังใช้จัดสอบอยู่ตอบว่า 150 คำ ส่วนเกณฑ์ใหม่ HSK 3.0 ที่ CLEC ประกาศเมื่อพฤศจิกายน 2025 และมีผลบังคับใช้กรกฎาคม 2026 ตอบว่า 300 คำ พร้อมรื้อบันไดทั้งชุดใหม่เป็น 9 ระดับ ถ้าหยิบตัวเลขผิดชุดมาเตรียมตัว คุณจะเดินเข้าห้องสอบด้วยคลังคำที่ขาดไปครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

ทำไมตอนนี้มีตัวเลขสองชุดพร้อมกัน

เพราะช่วงนี้เป็นช่วงคาบเกี่ยว ตั้งแต่ 31 มกราคม 2026 ศูนย์สอบหลายแห่งทั่วโลกรวมถึงในไทยเริ่มจัดสอบทดลองระบบใหม่ในระดับ 1 ถึง 6 ขณะที่รอบปกติยังรับสมัครด้วยเกณฑ์เก่าควบกันไป แปลว่าคนสองคนที่สมัครสอบ HSK 1 ในเดือนเดียวกันอาจกำลังเตรียมตัวด้วยคลังคำที่ไม่เท่ากันเลย

งานชิ้นแรกจึงไม่ใช่การท่องศัพท์ แต่คือเช็กให้ชัดว่ารอบที่คุณจะสมัครใช้เกณฑ์ชุดไหน แล้วจึงไปหยิบตัวเลขเป้าให้ตรงชุดนั้น

ตารางคำศัพท์สองระบบ วางเทียบกันให้เห็นทีเดียว

ระบบเก่านับคำศัพท์สะสมแบบนี้

HSK 3.0 แบ่งใหม่เป็น 9 ระดับ แล้วดันตัวเลขขั้นล่างขึ้นทั้งแถบ

สังเกตจุดสำคัญให้ดี คำศัพท์ระดับ 1 ของระบบใหม่เท่ากับระดับ 2 ของระบบเก่าพอดี นี่คือเหตุผลที่ห้ามเชื่อคำตอบสั้น ๆ ที่ลอยมาจากอินเทอร์เน็ตว่า HSK 1 ใช้ 150 คำ โดยไม่ดูว่าคำตอบนั้นพูดถึงระบบไหน

หาช่องว่างของตัวเอง คุณขาดอีกกี่คำจริง ๆ

เริ่มจากคำถามที่ตอบยากกว่าที่คิด วันนี้คุณอ่านออกกี่คำ ไม่ใช่คำตอบว่าประมาณ HSK 1 แต่เป็นจำนวนจริงที่นับได้ วิธีนับคือเปิดกองการ์ดคำศัพท์ของตัวเองขึ้นมา แล้วนับเฉพาะใบที่ตอบถูกภายในสองวินาที นั่นคือฐานของคุณ ใบที่เคยเห็นผ่านตาแต่ต้องนึกนานไม่นับ

แล้วลบสองตัวเลขกันตรง ๆ สมมติคุณนับการ์ดที่แน่นจริงได้ 90 คำ เป้าของรอบที่จะสมัครอยู่ที่ 300 คำ ช่องว่างของคุณคือ 210 คำ ถ้าเติมการ์ดใหม่วันละ 8 ใบ ก็ราว 26 วันสำหรับคำใหม่ บวกภาระทบทวนที่ตามมาอีกส่วนหนึ่ง

ตัวเลขนี้ต่างหากที่บอกว่าคุณควรลงสอบรอบไหน ไม่ใช่ปฏิทินของศูนย์สอบ คนที่ลงสอบเพราะเห็นว่ารอบหน้าเปิดรับสมัครแล้ว มักไปเจอความจริงในห้องสอบ ส่วนคนที่ลบเลขสองตัวก่อนสมัคร จะรู้ล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ว่าตัวเองพร้อมหรือยัง

สองอย่างที่ทำให้คนเตรียมสอบค้างอยู่กับที่

อย่างแรกคือท่องศัพท์เป็นลิสต์วันละ 20 ถึง 50 คำโดยไม่ผูกกับประโยคหรือสถานการณ์ ตัวเลขในสมุดดูน่าภูมิใจ แต่ของที่จำได้ไม่มีที่เกาะ พอถึงเวลาใช้จริงก็นึกไม่ออก การ์ดวันละ 8 ใบที่อยู่ในประโยคจึงเดินไกลกว่าลิสต์วันละ 50 คำที่ลอยอยู่เฉย ๆ

อย่างที่สองคือไม่มีเครื่องมือที่เปลี่ยนตัวอักษรที่ไม่รู้จักให้เป็นคำที่ค้นได้ในสิบวินาที ตรงนี้แก้ด้วยของบนเครื่องคุณ ลง Pleco ไว้ก่อนของอย่างอื่นทั้งหมด ตัวฟรีมีพจนานุกรมติดมาสองเล่ม คือ CC-CEDICT ที่มีมากกว่า 110,000 รายการ และ PLC อีก 125,000 รายการ เดือนแรกคุณค้นวันละไม่กี่คำ ของฟรีเหลือเฟือ อย่ารีบจ่ายเพราะเห็นปุ่มสวย

ส่วนที่ต้องจ่ายจริงคือชุดเสริม Basic Bundle ราคา 29.99 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มมาห้าอย่าง คือ OCR สำหรับส่องกล้องไปที่ตัวอักษรแล้วค้นได้เลย แฟลชการ์ดในตัว ภาพลำดับขีด เครื่องอ่านเอกสาร และเสียงอ่าน ถ้าอยากขึ้นอีกขั้นคือ Professional Bundle ราคา 59.99 ดอลลาร์สหรัฐ กฎการจ่ายเงินมีข้อเดียว จ่ายเมื่อมีฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่งขัดขาคุณมาแล้วสองครั้ง ไม่ใช่จ่ายเพราะกลัวพลาด

ตารางวันละ 30 ถึง 45 นาทีที่คุณจะไม่ทิ้งกลางทาง

ตารางที่อยู่รอดไม่ใช่ตารางที่หนักที่สุด แต่คือตารางที่คุณกลับมานั่งได้ทุกวันแม้วันที่งานยุ่ง ครึ่งชั่วโมงถึงสี่สิบห้านาทีต่อวันแบ่งได้เป็นสามก้อน คือการ์ดใหม่จำนวนคงที่วันละ 8 ใบ การทบทวนใบเก่าที่ถึงคิว และการหยิบคำที่เพิ่งเรียนไปใช้จริงหนึ่งครั้ง เช่น พิมพ์เป็นประโยคสั้นในแชท หรืออ่านออกเสียงพร้อมเช็กวรรณยุกต์

อย่าเพิ่มการ์ดใหม่เป็นวันละ 20 ใบเพราะรู้สึกว่ายังไหว เพราะภาระทบทวนจะไล่มาทับในอีกสามวัน แล้ววันที่กองการ์ดค้างจนน่าเบื่อคือวันที่คนส่วนใหญ่เลิก จำนวนคงที่ที่เล็กพอจะทำได้ทุกวันจึงชนะเสมอในเกมนี้

ลงมือได้เลยวันนี้ สามขั้น

เท่านี้คำถามที่ว่า HSK 1 ต้องรู้ศัพท์กี่คำ ก็เปลี่ยนจากตัวเลขที่ท่องต่อกันมา เป็นแผนที่มีวันที่กำกับไว้ชัดเจนของคุณเอง

อ่านเต็มได้ที่นี่

บทความนี้ย่อมาจากหนังสือ ออกเสียงจีนให้ถูกตั้งแต่วันแรก ฉบับคนไทย

ดูหนังสือเล่มเต็ม