สั่งอาหารเป็นภาษาจีน พูดยังไง: ประโยคเดียวที่ใช้ได้กับอาหารทุกจาน
อยากสั่งอาหารเป็นภาษาจีนแต่กลัวพูดผิด เริ่มจากประโยคเดียว 我要一份这个 ใช้ได้ทุกจานโดยไม่ต้องรู้ชื่ออาหาร พร้อมสองจุดออกเสียงที่คนไทยพลาดบ่อยที่สุด
ถ้าคุณต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ประโยคที่ใช้ได้กับอาหารเกือบทุกจานคือ 我要一份这个 · wǒ yào yí fèn zhè ge · หว่อ เย่า อี๋ เฟิ่น เจ้อ เกอ แปลว่า ขออันนี้หนึ่งที่ พูดพร้อมชี้เมนูหรือชี้จานที่โต๊ะข้าง ๆ แล้วจบ คุณไม่ต้องรู้ชื่ออาหารเป็นภาษาจีนแม้แต่จานเดียว
ภาพที่คนเจอกันบ่อยคือยืนหน้าเคาน์เตอร์ร้านก๋วยเตี๋ยว คนขายเงยหน้าถามอะไรสักอย่างที่ฟังไม่ทัน ซ้อมมาทั้งคืนแต่เสียงไม่ออก สุดท้ายก็ชี้แล้วพยักหน้า ข่าวดีคือชี้แล้วพยักหน้านั่นเกือบถูกแล้ว มันขาดแค่เสียงสั้น ๆ วางทับลงไปหนึ่งประโยค
ประโยคเดียวที่กินได้ทุกจาน
แยกประโยคออกเป็นก้อน แล้วคุณจะเห็นว่ามันง่ายกว่าที่กลัว
- 我要 (wǒ yào) = ฉันเอา
- 一份 (yí fèn) = หนึ่งที่ หรือหนึ่งชุด
- 这个 (zhè ge) = อันนี้
ก้อนสุดท้ายนี่เองที่ทำให้ประโยคนี้ใช้ได้กับอาหารทุกจานบนโลก เพราะคำว่า อันนี้ ทำงานแทนชื่อจานได้หมด คุณไม่ต้องรู้ชื่ออาหาร คุณแค่ต้องมีนิ้ว และถ้าต้องการมากกว่าหนึ่งที่ ก็เปลี่ยนตัวเลขที่อยู่ข้างหน้าคำว่า 份 ตัวเลขจึงเป็นของที่ควรซ้อมคู่กับประโยคนี้ตั้งแต่วันแรก
ทำไมการสั่งอาหารเป็นภาษาจีนใช้คำน้อยกว่าที่คุณคิด
ในร้านอาหาร ภาษาที่คุณต้องใช้แคบจนน่าตกใจ บอกให้ได้ว่าเอาอันนี้ เอากี่ที่ เอาน้ำแก้วไหน แค่นี้คุณก็ได้กิน และทั้งหมดนั้นใช้โครงประโยคไม่ถึงสามแบบ นี่คือเหตุผลที่คุณไม่ต้องท่องชื่ออาหารเป็นร้อยจานก่อนกล้าเข้าร้าน สิ่งที่ต้องฝึกคือทำให้ปากกับนิ้วชี้ทำงานพร้อมกัน ไม่ใช่ทำให้สมองจำเมนูให้ครบ
สองจุดออกเสียงที่เผลอง่ายที่สุดในประโยคนี้
จุดแรกคือ 我 เป็นเสียงสาม แต่ในประโยคนี้มันไม่ได้อยู่ท้ายวลี ยังมีคำตามหลังอีกสามคำ เสียงสามในตำแหน่งนี้แค่ทิ้งตัวลงต่ำแล้วปล่อยไว้ ไม่ต้องลากกลับขึ้น ตำราเรียกว่าครึ่งเสียงสาม คือรูปเต็มที่ลงแล้วขึ้น ถูกตัดครึ่งให้เหลือแค่ท่อนลง ข่าวดีของคนไทยคือนิสัยที่เรามักลดเสียงสามให้เหลือแค่เสียงตก ซึ่งเป็นปัญหาในที่อื่น กลับมาพอดีกับตำแหน่งนี้ แต่จำไว้ว่าถ้า 我 ไปอยู่ท้ายวลี คุณต้องยกเสียงกลับขึ้นให้ครบตามรูปเต็ม
จุดที่สองคือ 一 เมื่ออยู่หน้า 份 ต้องออกเสียงว่า yí ไม่ใช่ yī เรื่องนี้มีกฎเต็ม ๆ อยู่ในเรื่องการเปลี่ยนเสียงในประโยค แต่ในการใช้งานจริงจำสั้น ๆ ไปเลยว่า 一份 คือ yí fèn
ก่อนเปิดปาก ดูก่อนว่าร้านนี้สั่งกับคนหรือสแกนเอง
เรื่องที่คนเตรียมตัวไปเที่ยวจีนมักไม่รู้ล่วงหน้าคือ หลายร้านให้ลูกค้าสแกนคิวอาร์บนโต๊ะสั่งเอง ขณะที่บางร้านยังมีพนักงานเดินมารับออร์เดอร์จากปากคุณเหมือนเดิม สองแบบนี้ต้องทำคนละทางเลย ถ้าเป็นร้านสแกนเอง ประโยคที่ซ้อมมาอาจไม่ได้ใช้ตอนสั่งด้วยซ้ำ แต่จะได้ใช้ตอนขอของเพิ่ม
วิธีอ่านสถานการณ์ง่าย ๆ คือมองโต๊ะหาป้ายคิวอาร์ก่อนหนึ่งวินาที แล้วฟังสามวินาทีแรกที่พนักงานพูดหรือดูว่าเขาชี้ไปทางไหน ถ้าเขาชี้โต๊ะ แปลว่าเขาให้คุณสั่งเอง ถ้าเขายืนรอพร้อมกระดาษ นั่นคือคิวของประโยคข้างบน
ประโยคที่ช่วยชีวิตมากกว่าคำว่าสวัสดี
ประโยคที่ทำให้บทสนทนาในร้านเดินต่อได้จริง ไม่ใช่คำว่าสวัสดี แต่คือประโยคที่บอกออกไปตรง ๆ ว่าฉันพูดจีนไม่ได้ พอคุณพูดประโยคนี้ด้วยวรรณยุกต์ที่ถูก อีกฝ่ายจะเปลี่ยนวิธีคุยกับคุณทันที เขาจะเริ่มชี้ พูดสั้นลง และพูดช้าลงเอง นั่นคือเกมที่คุณเล่นชนะได้ตั้งแต่พรุ่งนี้ ไม่ต้องรอให้เก่งก่อน
อีกสองสามคำที่ใช้ได้ในร้านและมีกฎเปลี่ยนเสียงติดมาด้วย ควรจำเสียงจริงไปเลยตั้งแต่ต้น
- 你好 บนกระดาษเขียน nǐ hǎo แต่พูดจริงว่า ní hǎo
- 很好 hěn hǎo พูดจริงว่า hén hǎo ใช้ตอบว่าดี
- 老板 lǎo bǎn พูดจริงว่า láo bǎn แปลว่าเถ้าแก่หรือเจ้าของร้าน
- 水果 shuǐ guǒ พูดจริงว่า shuí guǒ แปลว่าผลไม้
เหตุผลของการเปลี่ยนนี้ข้อเดียวคือ เมื่อพยางค์เสียงสามสองตัวมาชนกัน ตัวหน้าต้องกลายเป็นเสียงสอง ส่วนตัวหลังยังเป็นเสียงสามเต็มรูป และพินอินไม่เคยเขียนการเปลี่ยนนี้ลงบนกระดาษ คนที่รู้กฎก็ปรับปากเอาเอง คนที่ไม่รู้ก็พูดผิดไปเป็นปีโดยไม่มีใครทัก
สิ่งที่ทำได้ทันทีคืนนี้
อย่าเริ่มจากลิสต์ศัพท์ร้านอาหารที่คนอื่นทำไว้ ให้ทำสามขั้นนี้ด้วยประโยคของตัวเอง
- เปิดโน้ตในมือถือ เขียนประโยคที่คุณเชื่อว่าจะได้ใช้จริงภายในเดือนนี้ บรรทัดละหนึ่งประโยค เจาะจงให้ถึงขั้นระบุได้ว่าจะพูดกับใครที่ร้านไหน
- ขีดเส้นใต้คำที่คุณนึกเองไม่ออกถ้าไม่มีกระดาษช่วย คำที่ถูกขีดเส้นใต้คือชุดศัพท์แรกของคุณ
- ให้ทุกคำมีบ้าน บ้านของคำคือประโยคที่มันอาศัยอยู่ บวกสถานการณ์ที่คุณจะพูด จดคำว่า 杯 ลอย ๆ แล้วในหัวจะไม่มีที่ให้มันเกาะ แต่ถ้าจดว่า ขอชาสองแก้วที่ร้านหน้าปากซอย คำเดียวกันจะมีเสียง มีมือชี้ มีคนตอบกลับ
- ซ้อม 我要一份这个 ห้ารอบ โดยยกมือชี้จริงทุกรอบ ให้ปากกับนิ้วเคยชินที่จะออกมาพร้อมกัน
ชุดแรกไม่ต้องเยอะ เอาเท่าที่คุณจะพูดได้จริงในสัปดาห์นี้ก็พอ เพราะคำที่ถูกใช้หนึ่งครั้งในร้านจริง อยู่ในหัวนานกว่าคำที่ถูกท่องยี่สิบรอบบนโซฟา
อ่านเต็มได้ที่นี่
บทความนี้ย่อมาจากหนังสือ ภาษาจีนพื้นฐานสำหรับคนไทยที่เริ่มจากศูนย์
ดูหนังสือเล่มเต็ม