zh ch sh r ออกเสียงยังไงไม่ให้เป็น จ ช ซ วิธีหาตำแหน่งลิ้นและซ่อมด้วยตัวเอง
ลองพูด shuō ถ้าออกมาเป็น ซัว หรือ ชัว คุณกำลังใช้ปากแบบคนไทย บทนี้พาหาสันเหงือกให้เจอ แล้วซ่อมเองด้วยกระจกกับมือถือ
zh ch sh r ออกเสียงยังไงไม่ให้กลายเป็น จ ช ซ คำตอบสั้นที่สุดคือ ต้องม้วนปลายลิ้นขึ้นและถอยไปข้างหลังเลยสันเหงือกไปอีกหนึ่งก้าว ไม่ใช่วางลิ้นแบนไว้กับพื้นปากเหมือนตอนพูดไทย ภาษาไทยไม่มีเสียงกลุ่มนี้อยู่ในคลังแม้แต่เสียงเดียว ปากเราจึงหยิบ จ ช ซ ที่ลิ้นแบนมาแทนโดยอัตโนมัติ แล้วมันฟังคล้ายพอที่คุณจะไม่รู้ตัวว่าไม่ตรง
ทดสอบตัวเองสามวินาที
ลองพูดออกมาดัง ๆ เดี๋ยวนี้ shuō ถ้าลิ้นของคุณนอนแบนอยู่กับพื้นปากตลอดคำ และเสียงที่ออกมาคือ ซัว หรือ ชัว คุณไม่ได้ผิดปกติ คุณแค่ใช้ปากแบบคนไทย คู่เสียง z กับ zh, c กับ ch, s กับ sh ถูกระบุซ้ำแล้วซ้ำอีกในเอกสารสอนภาษาจีนฝั่งไทยว่าเป็นด่านที่ผู้เรียนไทยติดกันมากที่สุด
เรื่องวรรณยุกต์คนไทยมีทุนติดตัวมาแต่เกิด เราแยกความหมายด้วยระดับเสียงได้ตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน แต่ทุนก้อนนั้นใช้กับพยัญชนะไม่ได้เลย เพราะกลุ่มนี้เป็นเรื่องตำแหน่งลิ้น ไม่ใช่เรื่องระดับเสียง
สองแถวที่ต้องแยกให้ออก z c s กับ zh ch sh r
พยัญชนะจีนกลางที่ทำให้คนไทยงงวางซ้อนกันอยู่สองแถว
- แถวแรกคือ z c s ปลายลิ้นอยู่ข้างหน้าใกล้ฟัน ลิ้นแบนราบ
- แถวสองคือ zh ch sh r ภาษาจีนเรียกว่า 卷舌音 แปลตรงตัวว่าเสียงม้วนลิ้น ปลายลิ้นต้องม้วนขึ้นและถอยไปข้างหลัง
ถ้าคุณออกทั้งสองแถวด้วยตำแหน่งลิ้นเดียวกัน แถวสองจะยุบไปกลืนกับแถวแรก และคำที่ต่างกันจริงจะฟังเหมือนกันหมดในปากคุณ
หาสันเหงือกให้เจอ แล้วเลื่อนถอยอีกหนึ่งก้าว
หนึ่งพยางค์พินอินมีของแค่สามชิ้น คือพยัญชนะต้น สระท้าย และเครื่องหมายวรรณยุกต์ ตอนนี้เราสนใจชิ้นแรกชิ้นเดียว วิธีหาตำแหน่งทำอย่างนี้
- เอาปลายลิ้นแตะหลังฟันหน้าบน
- ลากถอยไปตามเพดานช้า ๆ คุณจะสะดุดเนินนุ่ม ๆ นั่นคือสันเหงือก
- ลากผ่านเนินนั้นไปอีกนิดแล้วหยุดค้างไว้ตรงนั้น ปลายลิ้นงอขึ้นเล็กน้อย ไม่ต้องกดแน่น
- ค้างสองวินาทีก่อนปล่อยลมออก
ตอนแรกจะเงอะงะ และเสียงจะทึบเหมือนพูดอยู่ในห้องที่ปิดทึบ อาการนั้นถูกทาง ไม่ใช่ผิดทาง เพราะโพรงเสียงเปลี่ยนรูปจริงเมื่อลิ้นถอยไปหลัง ถ้าเสียงยังใสและคมเหมือน ซ ไทย แปลว่าลิ้นยังไม่ได้ขยับไปไหน
ของที่ต้องใช้มีสามอย่างเท่านั้น กระจกหนึ่งบานสำหรับดูว่าปลายลิ้นถอยจริง กระดาษใบเสร็จหนึ่งแผ่นสำหรับเช็กแรงลม และเครื่องอัดเสียงในมือถือ ไม่ต้องมีครูนั่งฟังข้าง ๆ
อีกด้านที่ร้ายกว่า คือตัวสะกดที่คุณเก่งเกินไป
ภาษาไทยมีตัวสะกดให้เลือกเต็มมือ ก ด บ น ง ม ย ว ส่วนภาษาจีนกลางปิดพยางค์ได้แค่สามทาง คือ -n, -ng และเสียง er ไม่มี ป ต ก ให้ปิดท้ายเลย
ทุกครั้งที่ปากคุณสะบัดปิดพยางค์ตามนิสัยเดิม คุณกำลังเติมของที่ภาษานั้นไม่มี และนี่เป็นความผิดที่รู้ตัวยาก เพราะมันเกิดจากทักษะที่คุณใช้ได้ดีมากในภาษาแม่ วิธีเช็กคือพูดพยางค์แล้วปล่อยท้ายให้ค้างไว้ อย่ารีบตัด ถ้าท้ายพยางค์มีเสียงกึกเบา ๆ เหมือนหยุดลมทันที นั่นคือของแปลกปลอมที่ต้องเอาออก
อัดเสียงตัวเอง สามวินาทีที่เปลี่ยนวิธีฝึก
เปิดแอปบันทึกเสียงในมือถือ พูดคำเดียว zhōngwén แล้วกดฟังย้อนทันที เสียงในไฟล์ไม่ใช่เสียงที่คุณได้ยินอยู่ในหัว มันแบนกว่า ต่ำกว่า และมีหางห้อยลงตอนท้ายทั้งที่คุณตั้งใจให้มันนิ่ง
จุดที่ทุนวรรณยุกต์ไทยหักหลังเรามีสามจุด คือเพดาน ปลายเสียง และนาฬิกา ออกมาเป็นสามอาการ คือเสียง 1 ที่สูงไม่พอ เสียง 3 ที่ลงแล้วไม่ยอมยกกลับ และเสียง 4 ที่ลากยาวเกินจนตกลึกกว่าที่ควร
ยกตัวอย่างการซ่อมข้อแรก เส้นเสียงมาตรฐานของเสียง 1 คือ 55 แปลว่าเริ่มที่ระดับสูงแล้วค้างอยู่ที่นั่นจนจบพยางค์ ไม่ขึ้น ไม่ลง ไม่มีหาง สิ่งที่ออกมาจากปากคนไทยส่วนใหญ่คือ 33 กลางค้างกลาง เรียบเหมือนกันแต่วางอยู่ต่ำกว่าที่ควรทั้งเส้น กับดักแรกที่ต้องรู้ตัวคือ พูดดังขึ้นไม่ได้ทำให้เสียงสูงขึ้น ความดังกับระดับเสียงเป็นของสองอย่าง คุณต้องย้ายจุดตั้งต้น ไม่ใช่เพิ่มแรงลม
วิธีทำคือฮัมเสียงยาวหนึ่งเสียงที่ระดับเสียงพูดปกติของคุณ แล้วฮัมใหม่ให้สูงขึ้นสองขั้นจนรู้สึกว่าสูงเกินไปแล้ว ตำแหน่งที่รู้สึกเกินนั่นแหละคือเป้า ค้างไว้สองวินาทีให้กล้ามเนื้อคอจำที่ แล้วเอาพยางค์ zhōng ไปวางทับเส้นเดิมโดยไม่ขยับความสูงลงมา ตรงนี้คุณจะได้ซ้อมสองเรื่องพร้อมกัน คือตำแหน่งลิ้นม้วนกับเพดานเสียง
แบบฝึกวันนี้ ห้านาที
- ลากปลายลิ้นหาสันเหงือกสิบครั้ง แล้วค้างเลยไปหนึ่งก้าว จนหาตำแหน่งได้โดยไม่ต้องลากใหม่
- พูดคู่เสียงสลับกัน z กับ zh, c กับ ch, s กับ sh ส่องกระจกดูว่าปลายลิ้นขยับจริงเมื่อสลับแถว
- พูด shuō สิบครั้ง อัดเสียงไว้ ฟังย้อนหาเสียงที่ทึบขึ้น ไม่ใช่เสียงที่ใสเหมือน ซ ไทย
- พูดพยางค์ที่ลงท้ายด้วย -n และ -ng อย่างละห้าคำ ปล่อยท้ายให้ค้าง อย่าสะบัดปิด
- อัด zhōngwén หนึ่งรอบก่อนฝึกและอีกรอบหลังฝึก แล้วฟังเทียบกัน
ความกล้าที่จะฟังเสียงตัวเองซ้ำจนชิน คือเครื่องมือที่แพงที่สุดในการฝึกออกเสียง และมันฟรี อัดวันละครั้งติดกันหนึ่งสัปดาห์ แล้วย้อนฟังไฟล์แรกอีกครั้ง คุณจะได้ยินระยะทางที่เดินมาชัดกว่าคำชมจากใครก็ตาม
อ่านเต็มได้ที่นี่
บทความนี้ย่อมาจากหนังสือ ออกเสียงจีนให้ถูกตั้งแต่วันแรก ฉบับคนไทย
ดูหนังสือเล่มเต็ม