ออกเสียง z c s กับ zh ch sh ให้ต่างกัน วิธีซ่อมสองจุดที่คนไทยพลาดบ่อยที่สุด
พูดจีนแล้วอีกฝ่ายทำหน้าไม่เข้าใจ มักไม่ใช่เพราะศัพท์น้อย แต่เพราะสองจุดนี้ ซ่อมได้ด้วยกระดาษหนึ่งแผ่นกับเสียงตัวเอง
ถ้าคุณพูดภาษาจีนออกไปแล้วอีกฝ่ายทำหน้าไม่เข้าใจ ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ศัพท์น้อย แต่อยู่ที่การออกเสียง z c s กับ zh ch sh ยังไม่แยกจากกัน บวกกับนิสัยความยาวสระที่ติดมาจากภาษาไทย วิธีซ่อมไม่ได้เริ่มที่การท่องศัพท์เพิ่ม แต่เริ่มที่การมองพยางค์จีนเป็นสามช่อง แล้วอัดเสียงตัวเองให้คนอื่นฟังแบบไม่บอกคำตอบล่วงหน้า
รู้ก่อนว่ากำลังซ่อมส่วนไหนของพยางค์
แหล่งวิชาการจีนอธิบายว่าพยางค์ภาษาจีนกลางหนึ่งพยางค์ประกอบด้วยสามส่วน คือพยัญชนะต้น (声母) สระท้าย (韵母) และวรรณยุกต์ พยางค์อาจไม่มีพยัญชนะต้นก็ได้ แต่จะขาดสระท้ายหรือวรรณยุกต์ไม่ได้ และอักษรจีนหนึ่งตัวเท่ากับหนึ่งพยางค์ ข้อสุดท้ายมีประโยชน์ตอนอ่านมาก เพราะถ้าเห็นอักษรจีน 4 ตัว คุณรู้ทันทีว่าต้องออกเสียง 4 พยางค์ ไม่ใช่ 3 หรือ 5
ข้อเท็จจริงอีกชุดที่ควรรู้ก่อนซ่อมเสียงคือ ภาษาจีนกลางมีพยัญชนะต้น 21 เสียง และในจำนวนนั้นมีเพียง m n l r ที่เป็นเสียงก้อง ส่วนที่เหลือเป็นเสียงไม่ก้องซึ่งดังไม่มาก นี่คือสาเหตุที่หลายคนคิดว่าตัวเองพูดชัดแล้ว แต่คนฟังยังจับไม่ได้ เพราะเสียงกลุ่มนี้ไม่ได้ดังพอจะช่วยกลบความไม่แม่น
ส่วนวรรณยุกต์ ระบบพินอินมีวรรณยุกต์หลัก 4 เสียง บวกเสียงเบา (轻声) อีก 1 แบบ และภาษาจีนกลางมีพยางค์รวมกว่า 400 พยางค์ สองตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่คนพูดกันติดปาก แต่ในการค้นครั้งนี้ยืนยันได้จากแหล่งเดียว จึงควรติดป้ายไว้ว่ายังต้องตรวจกับเอกสารทางการอีกครั้ง การรู้ว่าข้อมูลของตัวเองมั่นคงแค่ไหนเป็นนิสัยที่ควรฝึกไปพร้อมกับการออกเสียง
ออกเสียง z c s zh ch sh จุดแรกที่คนไทยสะดุด
แหล่งสอนภาษาจีนของฝั่งไทยชี้ตรงกันว่าชุดนี้เป็นจุดที่ผู้เรียนไทยมีปัญหาบ่อย และปัญหามีสองชั้น ชั้นแรกคือตัวเสียงม้วนลิ้น zh ch sh r เอง ชั้นที่สองคือการแยกคู่ z c s ออกจาก zh ch sh ให้คนฟังได้ยินว่าไม่ใช่เสียงเดียวกัน หลายคนแก้ชั้นแรกได้ แต่เวลาพูดเร็วก็ยังยุบสองชุดกลับมารวมกัน
วิธีฝึกที่ตรวจสอบตัวเองได้โดยไม่ต้องมีครูนั่งข้าง ๆ มีสามขั้น
- หยิบกระดาษ A4 หนึ่งแผ่น ขีดสามคอลัมน์ หัวคอลัมน์เขียนว่า พยัญชนะต้น สระท้าย วรรณยุกต์ แล้วเขียนพยางค์ที่กำลังฝึกลงมาแถวละหนึ่งพยางค์ วิธีตัดคือตัดเสียงหน้าสุดออกใส่คอลัมน์แรก ส่วนที่เหลือทั้งหมดคือสระท้าย ใส่คอลัมน์ที่สอง แล้วดูเครื่องหมายเหนือสระ จดเป็นตัวเลขในคอลัมน์ที่สาม
- items ที่ต้องมี: อัดเสียงตัวเองอ่านคู่พยางค์ที่ต่างกันแค่พยัญชนะต้น เช่น ชุด z c s เทียบกับ zh ch sh แล้วฟังย้อน เพราะหูตอนพูดกับหูตอนฟังย้อนได้ยินไม่เหมือนกัน
- ส่งไฟล์เสียงให้คนอื่นฟังโดยไม่บอกว่าแต่ละคำคืออะไร ให้เขาเขียนลงกระดาษเฉลยว่าได้ยินเสียงไหน แล้วคุณค่อยเทียบกับต้นฉบับ นี่คือการวัดที่ตรงที่สุด เพราะเป้าหมายของการออกเสียงคือให้คนอื่นแยกได้ ไม่ใช่ให้ตัวเองพอใจ
จุดที่สอง ความยาวสระที่ติดมาจากภาษาแม่
งานวิจัยเปรียบเทียบระบบเสียงจีนกลางกับไทยในวารสาร Theory and Practice in Language Studies ปีที่ 5 ฉบับที่ 4 หน้า 719-728 เดือนเมษายน 2015 ตรวจสอบกับการออกเสียงของผู้พูดภาษาไทยเป็นภาษาแม่ 5 คน แล้วพบร่องรอยการแทรกแซงจากภาษาแม่ ตัวอย่างที่ชัดคือสระประสมของไทยมักออกเสียงตัวแรกยาวกว่าตัวหลัง นิสัยนี้ติดไปกับพยางค์จีนโดยที่เราไม่รู้ตัว ทำให้สระท้ายเบี้ยวไปจากที่ควรเป็น แม้จะออกพยัญชนะต้นถูกแล้วก็ยังฟังไม่เข้าที
ให้อ่านผลนี้ตามขนาดของมัน คือเป็นการตรวจกับผู้พูด 5 คน ไม่ใช่การสำรวจคนไทยทั้งประเทศ แต่ประโยชน์ของมันคือมันบอกว่าควรไปฟังตัวเองที่จุดไหน เวลาอัดเสียงตัวเอง ให้ตั้งใจฟังเฉพาะช่วงสระท้ายว่าคุณลากตัวแรกยาวกว่าตัวหลังหรือไม่ ถ้าใช่ ให้อัดใหม่โดยตั้งใจปรับความยาวให้สม่ำเสมอ แล้วเทียบสองไฟล์
ทำไมต้องซ่อมตอนนี้ ไม่ใช่ปีหน้า
เหตุผลข้อแรกเป็นเรื่องข้อสอบ ข้อสอบ HSK 1 และ HSK 2 รุ่นเดิมพิมพ์พินอินกำกับอักษรจีนไว้ทุกข้อและไม่มีส่วนเขียน คนที่อ่านพินอินคลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้นจะเสียเปรียบทั้งตอนฟังและตอนพูด เหตุผลข้อที่สองเป็นเรื่องต้นทุน สถาบันภาษาต่างประเทศของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ หรือ FSI จัดภาษาจีนกลางไว้ในกลุ่มที่ 4 ซึ่งเป็นกลุ่มยากที่สุดสำหรับผู้พูดภาษาอังกฤษ ใช้เวลา 88 สัปดาห์ หรือ 2,200 ชั่วโมงเรียนในห้อง เพื่อไปถึงระดับใช้งานอาชีพทั่วไป เส้นทางยาวขนาดนี้ ถ้าฐานเสียงเบี้ยวตั้งแต่สัปดาห์แรก ค่าใช้จ่ายในการกลับมาแก้จะแพงมาก เพราะคุณต้องรื้อนิสัยที่ฝึกซ้ำมาแล้วเป็นร้อยชั่วโมง
วางรอบซ้อมลงปฏิทิน แล้วอย่าลืมพักตา
การซ่อมเสียงต้องมีรอบทบทวน ไม่ใช่ซ้อมวันเดียวแล้วจบ ให้กำหนดวันที่คุณต้องใช้เสียงชุดนี้จริงก่อน เช่น วันสอบหรือวันคุยงาน จำนวนวันนับจากวันที่ฝึกครั้งแรกถึงวันนั้นคือระยะที่ต้องจำ แล้วค่อยวางวันทบทวนในระยะนั้น งานวิจัยของ Cepeda และคณะ ปี 2008 สอนข้อเท็จจริงชุดหนึ่งให้ผู้เข้าร่วมกว่า 1,350 คน เว้นช่วงก่อนทบทวนได้ยาวถึง 3.5 เดือน แล้วทดสอบอีกครั้งภายหลังนานสุด 1 ปี หลักการคือช่วงเว้นควรคิดจากระยะที่ต้องจำ ไม่ใช่ทบทวนเมื่อนึกขึ้นได้
ถ้าคุณฝึกด้วยคลิปเสียงหรือแอปบนหน้าจอ ให้ใช้กฎ 20-20-20 ของสมาคมนักทัศนมาตรอเมริกัน คือทุก 20 นาที พัก 20 วินาที มองวัตถุที่อยู่ห่างราว 20 ฟุต หรือประมาณ 6 เมตร และพัก 15 นาที ต่อการใช้อุปกรณ์หน้าจอทุก 2 ชั่วโมง นี่เป็นข้อมูลทั่วไปจากองค์กรวิชาชีพ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
เริ่มวันนี้ด้วยสี่อย่างนี้
- ขีดกระดาษสามคอลัมน์ แล้วแยกพยางค์ที่คุณจะซ้อมออกเป็นพยัญชนะต้น สระท้าย วรรณยุกต์
- อัดเสียงตัวเองอ่านคู่ z c s กับ zh ch sh แล้วฟังย้อนโดยตั้งใจฟังพยัญชนะต้นก่อน แล้วฟังรอบสองเฉพาะความยาวสระ
- ส่งไฟล์ให้คนอื่นฟังแบบไม่บอกคำตอบ และเก็บกระดาษเฉลยไว้เป็นหลักฐานว่าดีขึ้นจริงหรือไม่
- ลงวันที่ทบทวนในปฏิทิน โดยนับจากวันที่ต้องใช้เสียงชุดนี้จริงย้อนกลับมา
อ่านเต็มได้ที่นี่
บทความนี้ย่อมาจากหนังสือ จากพินอินถึง HSK วางแผนเรียนจีนด้วยตัวเองที่บ้าน
ดูหนังสือเล่มเต็ม