kroo8

เกรดทุเรียน A B C ต่างกันยังไง ทำไมล้งสองเจ้าให้เกรดของกองเดียวกันไม่เท่ากัน

เกรด A B C คือคำทางการค้าที่ล้งตั้งเอง คนละเรื่องกับชั้นคุณภาพที่นับพูเป็นตัวเลข รู้ทั้งสองระบบแล้วคุณเถียงได้

1 สิงหาคม 2569

คำตอบตรง ๆ คือเกรดทุเรียน A B C หรือ AB ที่ล้งกับคนไลฟ์เรียกกันติดปาก เป็นคำทางการค้า แต่ละรายตั้งเกณฑ์ของตัวเอง มันไม่ใช่ชั้นคุณภาพตามมาตรฐาน ส่วนระบบที่เป็นตัวเลขจริงคือชั้นคุณภาพตามมาตรฐานสินค้าเกษตรเรื่องทุเรียน ซึ่งมีสามชั้น และวัดกันที่จำนวนพูสมบูรณ์ ตำหนิบนผิวผล กับสัดส่วนของที่หลุดชั้นในรุ่นเดียวกัน นี่คือเหตุผลว่าทำไมของกองเดียวกัน เช้าเดียวกัน ล้งเจ้าหนึ่งเรียก B อีกเจ้าเรียก C แล้วคุณเถียงไม่ออก

ช่องว่างระหว่างสองตัวอักษรนั้นคือเงินหลายสิบบาทต่อกิโลกรัม ไม่ใช่เรื่องดวง แต่เป็นผลของการเอาสองระบบมาปนกันจนชาวสวนเสียเปรียบซ้ำทุกฤดู

สองระบบที่คนละเรื่องกัน แต่ถูกเรียกปนกันทุกวัน

ปัญหาคือชาวสวนส่วนใหญ่รู้แต่ระบบที่สอง และรู้จากปากคนซื้อเท่านั้น ทางออกไม่ใช่การไปห้ามล้งเรียกเกรดของเขา แต่คือการนับของตัวเองให้ได้ก่อนที่คนอื่นจะมานับให้

นับพูให้จบก่อนหยิบเครื่องชั่ง

พูสมบูรณ์คือพูที่เต็ม นูนขึ้นมาเป็นรูปทรงของมันจริง ๆ ไม่ใช่พูแฟบที่มีแต่ร่องหนามหลอกตา มาตรฐานแบ่งชั้นคุณภาพไว้สามชั้นดังนี้

ข้อผ่อนผันที่คนสวนมักไม่รู้คือ ชั้นหนึ่งและชั้นสองยอมให้มีพูไม่สมบูรณ์เพิ่มได้อีก 2 พู โดยมีเงื่อนไขว่ารูปทรงของผลต้องไม่เสียไป แปลว่าผลที่มี 3 พูเต็มและอีก 2 พูแฟบ ยังยืนอยู่ในชั้นหนึ่งได้ ถ้ามันยังดูเป็นทุเรียนทรงปกติ ไม่ใช่ลูกบิดเบี้ยว ข้อนี้ข้อเดียวช่วยกู้ผลจำนวนไม่น้อยที่คุณเคยโยนลงกองล่างไปฟรี ๆ

ส่วนก้านยาวกับกระดุมทองเข้มกว่านั้น เอกสารวิชาการที่อ้างมาตรฐานระบุว่าสองพันธุ์นี้ต้องมีพูสมบูรณ์ 5 พูสำหรับชั้นพิเศษ และ 4 พูสำหรับชั้นหนึ่ง

วิธีคัดจริงหน้างาน ที่ทำได้ตั้งแต่เช้าพรุ่งนี้

เมื่อของถูกแยกกองมาตั้งแต่ใต้ต้น การคุยราคาก็เปลี่ยนหน้าตาไป คุณไม่ได้ยืนเถียงว่าของฉันดี คุณกำลังบอกว่ากองนี้พูสมบูรณ์สี่พูทั้งกอง มีกี่ลูก และกองนี้สามพูมีกี่ลูก

เกรดไม่ได้ตัดสินแค่ที่พู ราคาจริงคุมกันตั้งแต่ในสวน

ปีนี้ราคาหน้าสวนหมอนทองเกรดเอภาคใต้ลงมาอยู่ที่ 60 ถึง 65 บาทต่อกิโลกรัม เจ้าของสวนในอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เล่าว่าช่วงแรกยังขายได้ 80 ถึง 120 บาท แต่หลังจากนั้นเหลือ 40 ถึง 80 บาท ระดับราคาตลาดคุณคุมไม่ได้ แต่มีสองอย่างที่คุณคุมได้และมันดึงเกรดของคุณลงเงียบ ๆ

อย่างแรกคือหนอนเจาะเมล็ด ความเสียหายของมันไปลงตรงจุดที่ผู้ซื้อจ่ายเงินเพื่อมันจริง ๆ นั่นคือเนื้อ เนื้อเสียแล้วราคาถูกกดทันที ไม่มีการต่อรอง เกณฑ์ของทางราชการสั้นกว่าที่หลายคนคิด คือพบผีเสื้อตัวเต็มวัยในกับดักแสงไฟชนิดแบล็คไลท์แม้เพียง 1 ตัว ก็ควรเริ่มใช้สารป้องกันกำจัด ไม่ต้องรอให้ครบสิบตัว ไม่ต้องรอให้เห็นรูที่ผิวผล และสิ่งที่ทำให้กับดักไร้ค่ามีอย่างเดียว คือไม่มีคนนับ แขวนไว้สวย ๆ แล้วเดินผ่านทุกเช้าโดยไม่จดอะไรเลย เท่ากับไม่มีกับดัก

อย่างที่สองคือฝน ของที่ถูกตีกลับหน้าฝนมีสองแบบและชาวสวนมักแก้สลับกัน แบบแรกคือผลที่แก่พอแล้วแต่เจอฝนช่วงท้าย ผ่าออกมาเจอไส้ซึม เนื้ออมน้ำ วางไว้ก็ยังแฉะไม่แห้ง ถ้าปล่อยแขวนต่อเพราะรอฝนหยุด เปลือกจะนิ่มและบางลง จับแรงหน่อยหนามก็ช้ำ ขึ้นรถแล้วเสียหายง่ายกว่าปกติ แบบที่สองคือผลที่ดูแก่ทุกทาง เนื้อเหลืองสวย แต่วัดน้ำหนักเนื้อแห้งแล้วไม่ถึงเกณฑ์ ซึ่งมาจากการให้น้ำมากเกินไปกับการที่ต้นแตกใบอ่อนขณะผลใกล้แก่

วิธีแยกใช้ของจริงเท่านั้น ผ่าหนึ่งลูกจากรุ่นที่จะตัด ดูเนื้อด้วยตา แล้ววางข้างเลขเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งที่วัดได้ เนื้อแฉะแต่เลขผ่าน คือปัญหาฝน ต้องเร่งจังหวะ ห้ามแขวนเลยจุด เนื้อเหลืองแต่เลขไม่ผ่าน คือปัญหาแป้ง ต้องรอเพิ่มและปิดก๊อกน้ำ วินิจฉัยผิดทีเดียว คุณจะเร่งตัดของที่ควรรอ หรือรอของที่ควรลงมาตั้งนานแล้ว

รู้เกรดแล้วต้องรู้ต้นทุนด้วย ไม่งั้นก็ยังตั้งราคาไม่ได้

ต้นทุนการผลิตทุเรียนของเกษตรกรไทยปี 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 34 บาทต่อกิโลกรัม แต่สวนขนาด 50 ไร่แห่งหนึ่งที่ทำงานร่วมกับ สวทช. เคยจ่ายค่าปุ๋ยเม็ดอย่างเดียวเกินปีละ 1.2 ล้านบาท กางบัญชีออกมาแล้วหารดู ต้นทุนอยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม พอเปลี่ยนมาใช้ระบบให้น้ำที่ควบคุมได้ เลขลงมาเหลือ 60 บาท และตั้งเป้าจะกดต่อไปที่ 50 บาท

นี่คือเหตุผลที่คำถามว่าราคาปีนี้พอไหมไม่มีคำตอบกลาง ๆ ราคาเดียวกันเป๊ะ อาจเป็นปีที่สบายของสวนหนึ่ง และเป็นปีที่ตื่นตีห้าไปทำงานให้ฟรีของอีกสวนหนึ่ง จุดที่คนพลาดมากที่สุดตอนคิดต้นทุนคือตัวหาร ให้หารด้วยจำนวนกิโลกรัมที่ขายได้เงินจริง ไม่ใช่จำนวนที่ตัดลงมาจากต้น ลูกที่เปลือกแตกและลูกเล็กที่ถูกกดราคาจนแทบไม่เหลืออะไร ไม่ควรถูกนับเป็นผลผลิตที่หารต้นทุนออกมาสวย ๆ

สรุปสิ่งที่ทำได้ทันที

อ่านเต็มได้ที่นี่

บทความนี้ย่อมาจากหนังสือ ทุเรียนสวนเล็กปี 2569 ทำของให้ผ่านด่านจีนในปีที่ราคาลง

ดูหนังสือเล่มเต็ม