เรียนภาษาจีนใช้เวลานานแค่ไหน คำตอบเป็นตัวเลขจริง และวิธีหารกลับมาเป็นชั่วโมงต่อสัปดาห์ของคุณ
88 สัปดาห์ 2,200 ชั่วโมง คือตัวเลขที่ FSI เผยแพร่ แต่ปลายทางคือระดับไหน และถ้าคุณมีวันละ 20 นาที ต้องคิดยังไง
คำตอบสั้นที่สุดคือ สถาบันภาษาต่างประเทศของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ หรือ FSI จัดภาษาจีนกลางไว้ในกลุ่มที่ 4 ซึ่งเป็นกลุ่มยากที่สุดสำหรับผู้พูดภาษาอังกฤษ ใช้เวลา 88 สัปดาห์ หรือ 2,200 ชั่วโมงเรียนในห้อง แต่คำถามที่ว่าเรียนภาษาจีนใช้เวลานานแค่ไหน ตอบด้วยเลขเดียวไม่ได้ ถ้าไม่บอกปลายทางไปด้วย เพราะ 2,200 ชั่วโมงนั้นไม่ใช่ระดับพูดได้บ้าง และไม่ใช่ระดับเจ้าของภาษา แต่เป็นระดับที่ FSI ระบุว่า ILR พูด 3 อ่าน 3 หรือที่เรียกว่า General Professional Proficiency คือระดับใช้งานอาชีพทั่วไป
ตัวเลข 2,200 ชั่วโมงมาจากไหน และปลายทางคือระดับไหน
FSI ย่อมาจาก Foreign Service Institute เป็นหน่วยฝึกอบรมภาษาต่างประเทศของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ และเป็นแหล่งที่เผยแพร่กรอบเวลาเรียนของแต่ละภาษาให้คนทั่วไปอ่านได้ สิ่งที่คนอ่านข้ามบ่อยที่สุดไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นปลายทางของตัวเลข
- ภาษาจีนกลางอยู่กลุ่มที่ 4 ซึ่งเป็นกลุ่มยากที่สุดสำหรับผู้พูดภาษาอังกฤษ
- ใช้เวลา 88 สัปดาห์ เท่ากับ 2,200 ชั่วโมงเรียนในห้อง
- ปลายทางคือ ILR พูด 3 อ่าน 3 หรือระดับใช้งานอาชีพทั่วไป ไม่ใช่ระดับสั่งอาหารได้ และไม่ใช่ระดับเจ้าของภาษา
ประโยคสุดท้ายนี้สำคัญกับการวางแผนมาก เพราะถ้าเป้าหมายของคุณคือคุยงานกับซัพพลายเออร์ให้รู้เรื่อง หรือสอบวัดระดับขั้นต้นให้ผ่าน คุณไม่ได้กำลังจ่ายค่าตั๋ว 2,200 ชั่วโมง คุณกำลังจ่ายค่าตั๋วช่วงต้นของเส้นทางนั้น การเอาเลขปลายทางมาข่มตัวเองตั้งแต่สัปดาห์แรกจึงไม่ยุติธรรมกับตัวเอง
เทียบกับภาษากลุ่มอื่นแล้วจีนกินเวลากว่าเท่าตัว
กรอบเดียวกันให้ตัวเลขของภาษากลุ่มอื่นไว้ด้วย ซึ่งช่วยให้เห็นภาพว่าความยากที่เราสัมผัสได้นั้นมีน้ำหนักจริง ไม่ใช่เพราะเราไม่มีหัวด้านภาษา
- ภาษากลุ่มที่ 1 ใช้ 24-30 สัปดาห์ หรือ 600-750 ชั่วโมงเรียน
- ภาษากลุ่มที่ 2 ใช้ราว 36 สัปดาห์ หรือ 900 ชั่วโมงเรียน
- ภาษาจีนกลางในกลุ่มที่ 4 ใช้ 88 สัปดาห์ หรือ 2,200 ชั่วโมงเรียน
พอเห็นตัวเลขแบบนี้ คำถามที่มีประโยชน์กว่าคำถามว่าจะเรียนนานแค่ไหน คือคำถามว่าจะใช้เวลาที่มีอยู่อย่างไรไม่ให้หลุดมือ
เรียนภาษาจีนใช้เวลานานแค่ไหน ถ้าคิดเป็นชั่วโมงต่อสัปดาห์ของคุณเอง
วิธีที่ทำให้ตัวเลขนี้ใช้งานได้ คือหารกลับมาเป็นหน่วยชั่วโมงต่อสัปดาห์ หยิบเครื่องคิดเลขในมือถือมากดตามนี้ เอา 2,200 หารด้วยจำนวนชั่วโมงที่คุณลงได้จริงต่อสัปดาห์ แล้วดูว่าได้กี่สัปดาห์
- วันละ 20 นาทีทุกวัน เท่ากับราว 2.3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ได้ประมาณ 950 สัปดาห์
- สัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง ได้ 440 สัปดาห์
- สัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง ได้ 220 สัปดาห์ หรือราวสี่ปีกว่า
- สัปดาห์ละ 25 ชั่วโมง ได้ 88 สัปดาห์ ซึ่งเท่ากับกรอบของ FSI พอดี เพราะนั่นคือการเรียนแบบเต็มเวลา
อ่านเลขที่ได้ให้เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่คำพยากรณ์ เพราะ 2,200 ชั่วโมงเป็นชั่วโมงเรียนในห้องของหลักสูตรหนึ่ง ไม่ใช่สูตรสำเร็จของทุกคน และเป้าหมายของคุณอาจอยู่ก่อนถึงระดับใช้งานอาชีพทั่วไปเป็นระยะทางไกล ประโยชน์ของการกดเครื่องคิดเลขคือมันเปลี่ยนความรู้สึกลอย ๆ ว่าอีกนานแค่ไหน ให้กลายเป็นเลขที่คุณตัดสินใจกับมันได้ เช่น ยอมรับกรอบเวลาที่ยาวขึ้น หรือเพิ่มชั่วโมงต่อสัปดาห์
คำว่าเร่งรัดหมายถึงอะไรได้จริง
คำว่าเร่งรัดไม่ได้แปลว่าเวลารวมหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ ความหมายที่ซื่อสัตย์ของมันมีสองข้อ
- อัดชั่วโมงให้แน่นขึ้นต่อสัปดาห์ คือลดจำนวนสัปดาห์ด้วยการเพิ่มชั่วโมง ไม่ใช่ลดจำนวนชั่วโมงรวม
- จัดจังหวะทบทวนไม่ให้ลืม จนไม่ต้องเสียเวลาย้อนกลับไปเรียนของเดิมซ้ำ
ข้อที่สองคือจุดที่คนเรียนเองที่บ้านเสียเวลามากที่สุด และมีงานวิจัยช่วยให้เราวางจังหวะได้ งานวิจัยของ Cepeda และคณะ ปี 2008 สอนข้อเท็จจริงชุดหนึ่งให้ผู้เข้าร่วมกว่า 1,350 คน เว้นช่วงก่อนทบทวนได้ยาวถึง 3.5 เดือน แล้วทดสอบอีกครั้งภายหลังนานสุด 1 ปี วิธีใช้คือเริ่มจากคำว่าระยะที่ต้องจำ ซึ่งหมายถึงจำนวนวันนับจากวันที่คุณเรียนคำศัพท์ชุดหนึ่งครั้งแรก ไปจนถึงวันที่ต้องใช้คำศัพท์ชุดนั้นจริง เช่น วันสอบ วันสัมภาษณ์งาน หรือวันคุยกับซัพพลายเออร์ เมื่อมีเส้นตายจริงบนปฏิทิน คุณจึงคำนวณช่วงเว้นก่อนทบทวนจากสัดส่วนที่งานวิจัยรายงานได้ ไม่ใช่ทบทวนตามอารมณ์
พูดกลับกันก็คือ ลำดับที่ถูกคือตั้งเส้นตายก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องตาราง ไม่ใช่ตั้งตารางลอย ๆ แล้วหวังว่าเส้นตายจะมาเอง
ประโยคเป้าหมายหนึ่งบรรทัด กับการพักตาที่คนเรียนที่บ้านมักลืม
สิ่งที่ควรทำให้เสร็จในวันแรกคือเขียนประโยคเป้าหมายหนึ่งบรรทัดที่วัดผลได้ แล้วติดไว้ตรงที่คุณเห็นทุกวัน ประโยคที่วัดผลได้ต้องมีเวลากำกับและมีสิ่งที่ตรวจได้ ไม่ใช่คำว่าเก่งขึ้น เพราะคำว่าเก่งขึ้นไม่มีวันที่ให้ตรวจ
อีกเรื่องที่คนเรียนหน้าจอที่บ้านมักลืมคือสายตา กฎ 20-20-20 ของสมาคมนักทัศนมาตรอเมริกัน มีตัวเลขครบสี่ค่า คือทุก 20 นาที พัก 20 วินาที มองวัตถุที่อยู่ห่างราว 20 ฟุต หรือประมาณ 6 เมตร และพัก 15 นาที ต่อการใช้อุปกรณ์หน้าจอทุก 2 ชั่วโมง ข้อนี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากองค์กรวิชาชีพ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
ปิดท้ายด้วยข้อสังเกตจากประสบการณ์สอน ซึ่งขอให้ฟังเป็นความเห็น ไม่ใช่สถิติ คนที่หายไปกลางทางมักไม่ได้หายเพราะภาษายากเกินตัว แต่หายเพราะตั้งความคาดหวังเรื่องเวลาไว้ผิดตั้งแต่วันแรก แล้วพอผลไม่มาตามที่คิดก็สรุปว่าตัวเองไม่มีหัวด้านภาษา การอ่านตัวเลขให้ตรงตามที่แหล่งเขียนจึงเป็นเครื่องมือกันตัวเองล้มเลิก
ทำอะไรต่อได้ทันทีวันนี้
- หยิบกระดาษหนึ่งแผ่นกับปฏิทินจริงของสัปดาห์นี้มาวางข้างตัว
- จดจำนวนชั่วโมงที่คุณลงได้จริงต่อสัปดาห์ แล้วกดเครื่องคิดเลขหาร 2,200 ดูว่าได้กี่สัปดาห์ และเตือนตัวเองว่านั่นคือค่าประมาณของปลายทางระดับใช้งานอาชีพทั่วไป
- เขียนวันที่ต้องใช้ภาษาจีนจริงลงปฏิทิน เพื่อให้มีระยะที่ต้องจำเป็นตัวเลข
- เขียนประโยคเป้าหมายหนึ่งบรรทัดที่วัดผลได้ แล้วติดไว้ที่เห็นทุกวัน
- ตั้งเวลาพัก 20 วินาทีทุก 20 นาที และพัก 15 นาทีทุก 2 ชั่วโมงที่อยู่หน้าจอ
อ่านเต็มได้ที่นี่
บทความนี้ย่อมาจากหนังสือ จากพินอินถึง HSK วางแผนเรียนจีนด้วยตัวเองที่บ้าน
ดูหนังสือเล่มเต็ม